เทคนิตการขับรถ

การขับรถท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะถนนหนทางที่สะดวก เทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ และสมรรถนะของรถยนต์ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป สำหรับการขับรถทางไกลในสภาพที่สูงชัน และคดโค้งตลอดเส้นทาง ความประมาทขาดการวางแผนเตรียมพร้อมที่ดี ตลอดจนทักษะ ความรู้ ความชำนาญในการขับขี่ ซึ่งไม่มีอยู่ในหลักสูตรตอนสอบใบอนุญาต เพื่อความปลอดภัยและสนุกสนานกับการเดินทางท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ขอแนะนำเทคนิคการขับรถ ดังนี้

การเตรียมตัว

1. สภาพร่างกาย ก่อนออกเดินทาง อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ควรออกกำลังกายพอประมาณ และพักผ่อนให้เพียงพอ จัดเตรียมสัมภาระเดินทาง และอุปกรณ์ประกอบยามฉุกเฉินล่วงหน้า สำรองที่พักให้เรียบร้อยก่อนกำหนดเดินทาง

2. สภาพรถยนต์ นอกจากการตรวจเช็คตามระยะที่กำหนดแล้ว ก่อนออกเดินทางหมั่นสังเกตุ และตรวจเช็คเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ดังนี้ ระบบระบายความร้อน และระดับน้ำในหม้อพักสำรอง เปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติหรือไม่, ระบบเบรค มีอาการลื่นหรือใช้ระยะเบรคมากกว่าปกติหรือไม่ รวมถึงระดับน้ำมันเบรค ถ้ามีการลดระดับ แสดงว่าผ้าเบรคใกล้หมด, ระบบเกียร์ และอัตราการส่งกำลัง อัตราเร่งตกลงไปหรือไม่ และสุดท้ายยางรถยนต์ สภาพดอกยาง ลมยางให้ได้ตามน้ำหนักบรรทุก การขับรถทางไกลหากลมยางอ่อนไป ทำให้เกิดความร้อนและระเบิดได้ รวมถึงตรวจยางอะไหล่ด้วย

3. วางแผนเดินทาง หมั่นศึกษาดูแผนที่ คำนวณเวลา และระยะทาง รวมทั้งเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ที่เกี่ยวเนื่องกับที่พัก ตลอดจนจำนวนวันที่จะต้องเดินทาง สำหรับแม่ฮ่องสอนแล้ว เราให้ความสำคัญทางด้านเวลามากกว่าระยะทาง เช่น จากเชียงใหม่ถึงแม่ฮ่องสอน ระยะทางสั้นที่สุด 240 กม. ระดับเทพอย่างไรก็ขับไม่หนี 5 - 6 ชั่วโมง ซึ่งระยะเวลาดังกล่าว คุณจะสามารถขับทางราบได้ไกลกว่า 2 เท่า

4. ผู้ร่วมเดินทาง ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเดินทาง หากช่วยขับบ้างในบางเส้นทางก็เป็นการดี ช่วยสังเกคุทางข้างหน้าหรือศึกษาข้อมูลการเดินทาง พูดคุยเฮฮา การเดินทางก็จะรื่นรมย์ หรือย่างน้อยไม่ทำตัวเป็นภาระกับผู้ร่วมเดินทางก็พอ

การป้องกันอุบัติเหตุ

1. อย่างแซงทางโค้ง ตัดโค้ง และปฎิบัติตามเครื่องหมายเตือนต่าง ๆ ไม่ว่ารถคุณจะแรงแค่ไหน รีบไปแค่ไหน ถ้าไม่เห็นโค้งที่ 2 ที่ 3 ว่าง ก็อย่าเสี่ยง แม้ว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ทำได้ ก็อย่างประมาท

2. รถที่เข้าโค้งในต้องหลบให้รถที่มาจากโค้งนอก ไม่ทราบว่าผู้ที่ไม่เคยขับรถทางโค้งจะเข้าใจหรือเปล่านะ เอาเป็นว่าถ้าเห็นรถที่วิ่งตัดโค้งเข้ามา นั่นคือรถที่มาจากโค้งนอก คุณคือรถที่อยู่โค้งใน ตามมารยาทควรหลบให้ เพราะคุณอยู่ในโค้งที่ปลอดภัยกว่า บางครั้งมันก็อยู่ในสถานการ์จำเป็นจริง ๆ ที่ต้องทำเช่นนั้น

3. รถลงเขาต้องหลบให้รถขึ้นเขา ออกบ่อยในบางครั้งและโดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน จะต้องไปสวนกันที่ขึ้นลงเขาแคบ ๆ หรือโค้งหักศอก ตามมารยาทความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทาง รถลงเขาจะมีทัศนวิสัยและทำเลชัยภูมิที่ดีกว่า ควรหลบรถที่กำลังขึ้นเขามา

4. อย่าจอดรถทางโค้ง หรือถนนที่ไม่มีไหล่ทาง เด็ดขาด ถนนในแม่ฮ่องสอนโค้งสั้นและถี่ยิบ บางแห่งไม่มีไหล่ทาง โดยเฉพาะ ทล.1095 อ.ปาย

5. การเบรคอย่างกระทันหัน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางโค้ง ฝนตกหรือช่วงเวลาไหนก็ตาม ห้ามเหยียบคลัชท์โดยเด็ดขาด M จะเท่ากับ V ส่วน F ทันที อย่ากลัวเครื่องดับ ให้ประคองพวงมาลัยให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อลดความเร็วได้ระดับแล้วค่อยเปลี่ยนเกียร์ช่วย โดยที่ถอนคลัชท์ให้เร็วที่สุด กรณียางรถระเบิดก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่น้ำหนักรถจะเอียงไปหายางล้อเส้นนั้น

การขับรถทางโค้ง

1. อ่านโค้ง อย่ามองที่ถนน หรือขอบโค้ง ให้มองที่สุดโค้งแล้วคาดคะเน (อย่าเดา) และระวังว่าโค้งต่อไปจะหักศอกขึ้นหรือลง ซึ่งปกติแล้วทางโค้งจะซ้ายขวาไปเรื่อย ๆ จะมีบ้างที่ผิดหลักจราจร เพราะเป็นโค้งตามธรรมชาติของภูเขา ถ้าตุณอ่านเหลี่ยมเขา หรือเห็นจมูกภูเขาเข้าใจ ทางข้างหน้าก็จะพอรู้ว่ามันจะโค้งทางไหน

2. เปลี่ยนเกียร์และกำหนดความเร็วก่อนเข้าโค้งเสมอ ไม่ควรกระทำใด ๆ ขณะอยู่ในโค้ง (เช่น เบรคกระทันหันอย่างแรง หรือเหยียบคลัชท์) และควรเข้าโค้งอย่างนุ่มนวล

3. รักษาระดับความเร็วขณะอยู่ในโค้ง อย่าเร่งเครื่อง หรือเหยียบเบรคแรง ๆ หรือเหยียบคลัทช์ในขณะเข้าโค้ง โดยเฉพาะตอนฝนตกหมาด ๆ

4. อย่าใช้ 4wd (ถ้าไม่ได้เข้าป่าลึก ๆ หน้าฝน) ใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ก็เที่ยวแม่ฮ่องสอนได้ปลอดภัย เพราะขณะเข้าโค้งในความเร็วสูง ในตำแหน่ง 4wd ล้อหน้ากับล้อหลัง จะหนีศูนย์ถ่วงไม่เท่ากัน อาจเหวี่ยงรถออกนอกโค้งได้ สำหรับรถที่เป็นระบบ Full Time ควรระวังหากระบบตัดเข้ามาเป็น 4wd อย่าใช้ความเร็วสูงเกินไปขณะเข้าโค้ง

การขับรถขึ้นลงที่สูงชัน

1. ขณะขึ้นเขา เปลี่ยนเกียร์และไล่เกียร์ ตามสภาพสูงชันและกำลังของเครื่องยนต์ เร่งเครื่องและรักษารอบเครื่องยนต์ให้คงที่

2. จำไว้ เกียร์ 1 ไปได้ทุกดอย รถเกียร์ออโต้ใช้ L1 ก็เหลือ ๆ ถ้ามี 4 wd ที่มันชันจริง ๆ ไม่มันใจก็ใช้ได้ จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานน้อยลง เสร็จแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นปกติ ประหยัดน้ำมัน

3. ขึ้นเขาหรือลงเขามือซ้ายอยู่ที่เกียร์เสมอ ขึ้นไม่ไหวก็เปลี่ยนเกียร์ 1 ได้ทัน เกียร์ออโต้ก็ผลักมาที่ L1 ได้เลยไม่ต้องกดตัวชิฟท์ล็อค ช่วง D L1 L2 สามารถเปลี่ยนไปหากันได้เลย ส่วนตอนลงเขา ถ้าเบรคเอาไม่ไหวก็เข้าเกียร์ต่ำได้ทัน

4. จังหวะลงเขาใช้เกียร์ต่ำเสมอ และใช้เบรคให้น้อยที่สุด ถนนในแม่ฮ่องสอนมักมีจังหวะลงเขาระยะยาว เพื่อเป็นการถนอมผ้าเบรคและป้องกันผ้าเบรคไหม้ ความขับรถลงเขาอย่างละมุนละไม

ทักษะอื่น ๆ

1. เปิดสปอตไลท์ทันที ในเวลากลางวันหากฝนตก หรือหมอกลง โดยเฉพาะรถสีดำและสีเข้ม เพื่อให้คนอื่นสังเกตุเห็น หากไม่มี ให้เปิดไฟหน้าดวงใหญ่เสมอ (อย่าลืมปิดเมื่อเห็นว่าปลอดภัย) ที่มีสปอตไลท์ติดรถมาให้ เพื่อความปลอดภัยระดับหนึ่ง และถนอมไฟหน้าดวงใหญ่ไว้ใช้ในยามต่ำคืน ส่วนในเวลากลางคืนไฟหน้าอย่างเดียวก็เพียงพอ เปิดสปอตไลท์ไปก็เสียสายตาตัวเองและผู้อื่น ไม่ได้ช่วยให้มองเห็นถนนได้ไกลขึ้น แถมสิ้นเปลือง เพราะไฟดวงหนึ่งก็หลายพันบาท เสื่อมทั้งแบตเตอรี่และไดชาร์จ

2. ฝนตกใหม่ ๆ ถนนจะลื่น หรือฝนตกหมาด ๆ ก็ควรระวัง ส่วนขณะฝนตกหนัก อย่ากลัวและอย่าจอดรถเป็นเป้านิ่ง ให้ขับไปช้า ๆ เท่าที่จะมองเห็นได้ หรือเปิดไฟฉุกเฉินควบคู่กันไปด้วย

3. อย่าจอดรถทางโค้ง หรือกลับรถ โดยเฉพาะถนนที่ไม่มีไหล่ทางเด็ดขาด ดังที่กล่าวมาข้างต้น แม่ฮ่องสอนโค้งคม สั้นและถี่ยิบ ควรหาที่ปลอดภัยที่สุด หรือจำเป็นจริง ๆ หรือรถเสีย ควรหากิ่งไม้มาทำเครื่องหมายให้เห็นล่วงหน้าก่อนถึงจุดจอดรถ แล้วให้ผู้ร่วมเดินทางออกจากรถทั้งหมด อย่าอยู่ในรถ

4. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวต่าง ๆ จะจอด จะเลี้ยว จะแซง ใช้สัญญาณไฟเสมอ ปัจจุบันเทคนิคการใช้สัญญาณไฟต่าง ๆ หายไปจากท้องถนน แต่แม่ฮ่องสอนยังจำเป็นต้องใช้เพราะเป็นทาง 2 เลน เพื่อความปลอดภัยและแสดงความมีน้ำใจ หมั่นสังเกตุรถที่สวนมา หรือรถที่เราขับตาม เขาให้สัญญาณไฟอะไรมา ควรตระหนักสักครู่ อาจเป็นประโยชน์ได้ และเราควรให้สัญญาณตอบหรือบอกต่อ ๆ ไป

5. สังเกตุรถคันหน้าเพื่อเป็นไกด์ไลน์ บางครั้งก็มีประโยชน์โดยเฉพาะการขับรถในเวลากลางคืน ถ้าคันข้างหน้าเราเข้าโค้งแม่น ก็ช่วยได้เยอะ แต่ต้องสังเกตุลักษณะการขับให้ดี ดูป้ายทะเบียนก็ได้ แต่อย่าเพิ่งแน่ใจ รถประจำทางบางทีก็มีประโยชน์ แต่ที่ไมีดีก็อย่าเอาแบบอย่าง รถที่มีโลโก้เกี่ยวกับแม่ฮ่องสอนก็พอช่วยได้ ถือว่าเป็นความเพลิดเพลินในการขับขี่และมีเพื่อนเพิ่มขึ้น

6. OD หรือโอเวอร์ไดรพ์ ในเกียร์ออโต้ มีประโยชน์ใช้ให้เป็น ปุ่มนี้นอกจากจะใช้ในจังหวะแซงเพื่อต้องการเร่งรอบเครื่องยนต์ (จะทำงานต่อเมื่อเครื่องยนต์อยู่ในความเร็วและรอบที่กำหนด รอบ และอาจทำงานไม่ดีในที่สูงชันบางแห่ง) แล้ว ยังมีประโยชน์ในการช่วยเบรค หรือ Engine Brake กดปุ่มนี้ช่วย แต่ไม่ต้องเร่งเครื่อง เครื่องจะตื้อลง เนื่องจากไปทดรอบเกียร์ให้ลดลงเพื่อต้องการอัตราเร่งมากขึ้น

7. ส่วนรถรุ่นเก่าที่ไม่มี ไม่ต้องเสียใจ ถ้าอย่าเร่งแซง ทำได้เช่นกัน ให้เหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นในลักษณะกระชาก พอรอบเครื่องยนต์สูงขึ้นมันจะทดให้ไปเปลี่ยนเกียร์ลดลง ต้องฝึกฝนให้ชำนาญ และเช่นกัน ถ้าจะใช้เกียร์ออโต้ช่วยเบรค ตบมาที่ L1 ได้เลย ไม่ต้องกดปุ่มชิฟท์ล็อค

8. รถที่มี Turbo ต้องระวังในจังหวะลงเขาให้ดี หากรอบเครื่องยนต์อยู่ในรอบที่ Turbo ทำงาน